5 สัญญาณเตือนว่าคุณกำลัง Work-Life “Imbalance” พร้อมวิธีแก้ฉบับด่วน

ถ้าคุณตื่นมาเช็กเมลก่อนแปรงฟัน ตอบไลน์งานเร็วกว่าตอบแฟน

ชีวิตมีแต่คำว่า “ขอทำงานก่อน” ปวดหลังแค่ไหนก็ยังบอกว่าไหวอยู่ พร้อมรับงานเพิ่มตลอดเวลา

อาการเหล่านี้ไม่ใช่ Productivity นี่คือ Imbalance แบบเต็มระบบ

บางทีถึงเวลาหยุดเช็ก KPI แล้วมาเช็กตัวเองบ้าง ลองมาดู 5 สัญญาณเตือนว่า คุณกำลัง Work-Life Imbalance อยู่หรือเปล่า ?

เริ่มหงุดหงิดง่ายกับเรื่องเล็กน้อย

เมื่อก่อนไรเดอร์ส่งอาหารช้า รอได้ ตอนนี้ให้รอแค่ 5 นาทีก็ยังหงุดหงิด ทั้ง ๆ ที่ปกติไม่ใช่คนเหวี่ยงวีน

อะไร เจอแบบนี้แปลว่า ร่างกายกับสมองกำลังบอกว่า… เหนื่อยเกินไปแล้วนะ อาการหงุดหงิดง่ายมักเกิดจากความเครียดสะสม จากการโฟกัสเรื่องงานตลอดเวลา เหมือนหัวสมองไม่เคยได้พัก เรื่องเล็ก ๆ ที่เคยปล่อยผ่านได้ เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ในหัวเรา พอมีสิ่งกระตุ้นเล็ก ๆ เลยทำเอาปรี๊ดแตกได้ทันที

นอนไม่หลับเพราะในหัวมีแต่ To-do List

ร่างกายบอกง่วง แต่สมองบอก “เดี๋ยวก่อน” มัวแต่คิดวนอยู่อย่างนั้นว่า พรุ่งนี้ต้องทำอะไร งานนี้ส่งวันไหน ใครนัดประชุมเรื่องอะไร
บางครั้งก็แทบจะเปิดโน้ตบุ๊กไปเช็กงานในจุดที่จู่ ๆ ก็สงสัยขึ้นมาก่อนนอน

ถ้าความกังวลแบบนี้ตามคุณขึ้นเตียงทุกคืน นี่อาจเป็นสัญญาณ Work-Life Imbalance แบบเงียบ ๆ

ลืมไปแล้วว่า “อาหารอร่อย” รสชาติเป็นอย่างไร

ระหว่างกินข้าว ในหัวคิดแต่ว่า “งานยังไม่เสร็จ” จนทำให้ไม่เอร็ดอร่อยกับของกินตรงหน้า หรือเมื่อถึงเวลากินข้าว
ก็ต้อง “รีบกินให้เสร็จ” เพื่อไป “เคลียร์งานต่อ” นั่นหมายถึงชีวิตคุณอาจกำลังเอียงไปทางงานมากเกินไป จนแม้แต่ของอร่อยก็ไม่ได้ช่วยเยียวยาคุณได้

รู้สึกผิดทุกครั้งที่ไม่ได้แตะมือถือหรืออีเมล

วางมือถือไว้ 10 นาที ใจเริ่มกระสับกระส่ายเหมือนลืมปิดเตาแก๊ส จะหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา แต่ดันเข้าไปเปิดอีเมล เปิดไลน์งาน เพราะกังวลมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่เป็นวันหยุด แต่แค่พักจากการสแตนด์บายทำงาน ก็ทำให้รู้สึกผิดเหมือนทำเรื่องร้ายแรง ปล่อยวางไม่ได้เลย อาการแบบนี้คือ Work-Life Imbalance ตัวจริงเสียงจริง

ร่างกายเริ่มประท้วงด้วยความปวดเมื่อย

ทั้งที่ ๆ ทำแต่งานไม่ได้ไปยกเวทหรือวิ่งรันคลับที่ไหน แต่ร่างกายกลับปวดคอ บ่า ไหล่ ตึงไปหมดทุกส่วน จนเหมือนแบกทั้งบริษัทไว้คนเดียว คุณอาจกำลังเข้าสู่โหมด Work-Life Imbalance แบบไม่รู้ตัว อาการเหล่านี้คือสัญญาณที่ร่างกายกำลังประท้วงอยู่ว่าทำงานเกินลิมิตแล้ว

เมื่อชีวิตคุณกำลังอยู่ในโหมด Work-Life Imbalance ยิ่งจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนวิ่งอยู่ตลอดเวลา แต่เส้นชัยที่ปรากฏตรงหน้าก็ยังไม่ใช่ความสุขสักที นั่งกินข้าวก็คิดงาน ประชุมจบก็ยังคิดงานต่อ สมองไม่เคยมีโหมดพัก วันธรรมดาดูหนัก วันหยุดก็ไม่สดชื่น เพราะพลังถูกใช้ไปจนหมด วิธีแก้อาจเริ่มจากจัดตารางชีวิตใหม่ ลดโอทีที่ไม่จำเป็น ทำ To-Do List ให้เหลือสิ่งสำคัญจริง ๆ ปิดแจ้งเตือนในวันหยุด ตั้งเวลาพักที่ชัดเจน ให้ร่างกายได้อยู่ในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนจริง ๆ ผ่านการผ่อนคลายด้วยการนวดสปา ซึ่งเป็นวิธีลงทุนที่เห็นผลทั้งกายและใจ

 

  • ลดอาการปวดบ่า คอ หลัง จากการนั่งทำงานนาน ๆ
  • ร่างกายผ่อนคลาย ฮอร์โมนความเครียดลดลง ใจเบาขึ้น
  • เลือดลมเดินดี รู้สึกสดชื่น ไม่อืด ไม่ล้า
  • หลับง่าย หลับสนิท ตื่นมาไม่เพลีย
  • ฟื้นฟูพลัง ได้รีเซตตัวเอง พร้อมกลับไปลุยงานต่ออย่างมีคุณภาพ

 

สปาที่แนะนำ

Anne Semonin Spa @ Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit

สปาหรูใจกลางทองหล่อ ภายใต้แบรนด์ฝรั่งเศส โดดเด่นด้านทรีตเมนต์ผิวหน้าและนวดผ่อนคลายแบบองค์รวม เหมาะสำหรับวันพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกายที่ล้าจากการทำงานหนัก

Google Map: Click Here!

เวลาเปิด–ปิด: 10:00 – 22:00น.

โทร: 02 797 0000

HARNN Spa

สปาไทยสายพรีเมียม โดดเด่นด้วยสมุนไพรและกลิ่นหอมธรรมชาติ
จุดเด่น คือ ทรีตเมนต์สุดผ่อนคลาย ทั้งนวด น้ำมัน อโรมา ทำแล้วตัวเบา ใจโล่ง เข้าไปเครียด ๆ ออกมาเหมือนได้รีเซตชีวิตใหม่แบบชิล ๆ

Google Map: Click Here!

เวลาเปิด–ปิด: 10:00 – 22:00น.

โทร: 02 797 0000